มิถุนายน ดำเนินการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชนและเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด” เป็น “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)” เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 105 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่จดทะเบียนไว้เพิ่มขึ้นจาก 8,125,000 หุ้น เป็น 420,000,000 หุ้น

มกราคม เริ่มให้บริการจัดหาและบริหารจัดการคลังสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยปัจจุบันมีคลังสินค้าที่ให้บริการ 1 แห่งที่เขตปลอดอากรวินโคสท์ ถนนบางนา-ตราด (ปัจจุบันไม่ได้มีการให้บริการแล้ว)

สิงหาคม ตั้งสำนักงานสาขาที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พฤศจิกายน บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 โดยมีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 105 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 420 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท

ก่อตั้ง NCL INTER LOGISTICS (S) PTE. LTD ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในประเทศ สิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ โดยมีทุนจดทะเบียน 500,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว

ธันวาคม เข้าซื้อหุ้นของบริษัท ทรานส์ออฟชอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 22.22% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว 1,000,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ในราคารวมประมาณ 33,080,000 บาท ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศสิงค์โปร์ โดยประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ ทั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจการขนส่งด้านระบบโลจิสติกส์ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับท่อขุดเจาะน้ำมันดิบ และรองรับการขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศอาเซียนและได้ขายหุ้นของบริษัทฯ ดังกล่าวแล้วในช่วงต้นปี 2559 เนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันประสบปัญหาขาดทุน

กุมภาพันธ์ ขยายธุรกิจขนส่งในประเทศโดยการซื้อหัวลากเพิ่มจำนวน 15 หัว รวมบริษัทฯ มีจำนวนหัวลากทั้งหมด 65 หัวลาก และ 98 หางลาก

มีนาคม เริ่มให้บริการจัดส่งสินค้าทางเรือแบบตู้คอนเทนเนอร์ครบวงจรจากท่าเรือระนองประเทศไทยไปยังท่าเรือย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์

กรกฎาคม หยุดให้บริการจัดส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือระนองประเทศไทยไปยังท่าเรือย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์ ซึ่งไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ

พฤศจิกายน คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติให้ขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทั้งจำนวน ของบริษัท ทรานส์ออฟชอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ในประเทศสิงคโปร์ ที่บริษัทฯ ถืออยู่ในสัดส่วน 22.22% ของจำนวนทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 1,000,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ให้แก่ Mr.Alvin Lim Sien Yong ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ โดยจำหน่ายไปในราคารวม 10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งมีผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจำนวน 990,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 32.59 ล้านบาท

ธันวาคม ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 1 (NCL-W1) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่คิดมูลค่า

เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ NCL-W1

มกราคม ได้ร่วมลงทุนในบริษัท เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“บริษัทร่วม” หรือ “SSK”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าในประเทศด้วยรถบรรทุกหัวลาก และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติให้ขายทรัพย์สิน หัวลาก จำนวน 65 หัว และหางพ่วง จำนวน 98 หาง ให้แก่ SSK ตามสัญญาโอนทรัพย์สินเพื่อการลงทุนคิดเป็นประมาณ 120.94 ล้านบาท

- และในเดือนมิถุนายน ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนใน SSK จำนวน 289 ล้านบาท จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1 ล้านบาท รวมเป็น 290 ล้านบาท

มีนาคม ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อให้บริการจัดหาตู้ขนส่งสินค้า (SOC) และให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยการขนส่งสินค้าทางทะเลโดยเป็นเจ้าของตู้คอนเทอนเนอร์เอง และเป็นตัวแทนแต่งตั้งจากต่างประเทศในการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

มิถุนายน ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง LEGACY ASIA CAPPITAL PTE. LTD. (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 200,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อทำธรุกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศและครบวงจรมากขึ้นรวมทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยงในธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น

กันยายน ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (“บริษัทร่วมอื่น ๆ” หรือ “GWM”) โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญ เป็นเงิน 8 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สัดส่วนการถือหุ้น 44.44% ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตน้ำยาล้างไตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยการลงทุนครั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ ได้ในอนาคต อีกทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยง ส่งเสริมให้บริษัทฯ มีผลตอบแทนที่เติบโต มั่นคง และต่อเนื่องในอนาคต

พฤษภาคม ได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัทย่อย  NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. จำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 SGD มูลค่ารวม 300,000 SGD โดยเพิ่มขึ้นจาก 700,000 หุ้น มูลค่า 700,000 SGD เป็น 1,000,000 หุ้น มูลค่า 1,000,000 SGD โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

ได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัทร่วม บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด จำนวน 17,780 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 17.78 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ได้เข้าร่วมเพิ่มทุนด้วย โดยเพิ่มขึ้นจาก 18,000 หุ้น มูลค่า 18 ล้านบาท เป็น 40,000 หุ้น มูลค่า  40 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 44.44

มิถุนายน ได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัท รุ่นที่ 2 (NCL-W2) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 6.6 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมจำนวนไม่เกิน 63,650,000 หน่วย

ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก 140 ล้านบาท เป็น 157.5 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 0.25 บาท รวมเป็น 17,500,000 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเป็น 2 ส่วน

1. รองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รุ่นที่ 2 (NCL-W2) จำนวน 63,650,000 หุ้น

2. รองรับการปรับสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รุ่นที่ 1 (NCL-W1) ตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ จำนวน 5,350,000 หุ้น  โดยมีอัตราการใช้สิทธิใหม่คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิจาก 1 หน่วย ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น เป็น ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1.04 หุ้น และปรับราคาการใช้สิทธิจาก 4 บาท ต่อหุ้นสามัญ เป็น ราคา 3.848 บาท ต่อหุ้นสามัญ

สิงหาคม ได้อนุมัติโครงการรับขนส่งกระจายสินค้าไปให้กับที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าในประเทศทางถนนด้วยรถปิคอัพ โดยอาศัยความชำนาญด้านการบริการจัดระบบการขนส่งสินค้าของบริษัทฯและสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจทางด้านการขนส่งสินค้าของบริษัทฯให้เติบโตได้ในอนาคต อีกทั้งเป็นโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกด้วย

บริษัท เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“SSK”) บริษัทร่วม ได้ลดทุนจดทะเบียนจากเดิม 290 ล้านบาท เป็น 168.74 ล้านบาท โดยการลดจำนวนหุ้น จำนวน 12,125,720 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 121,257,200 บาท ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ SSK โดยเป็นการลดทุนของคุณวาสนา เสือกลิ่นศักดิ์ ทั้งจำนวน ซึ่งส่งผลให้สัญญาร่วมทุนสิ้นสุดลง และเป็นผลให้บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 43.84 เป็น 75.35 ของทุนจดทะเบียนใหม่ *

* รายละเอียดเพิ่มเติม : ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์ “ที่ NCL-M 23/60 วันที่ 16 สิงหาคม 2560 เรื่องแจ้งรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัท เอ็น ซี แอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และที่มาของการคืนทุนเฉพาะคุณวาสนา เสือกลิ่นศักดิ์ (เพิ่มเติมครั้งที่ 2)”

กันยายน ได้ร่วมลงทุนกับ Zim Integrated Shipping Service Limited (“บริษัทร่วม” หรือ “ZIM”) ซึ่งเป็นสายเดินเรือประเทศอิสราเอล เพื่อจัดตั้ง บริษัท ซิม(ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าทางทะเลโดยตู้คอนเทนเนอร์ให้ ZIM และเพื่อขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศและเพิ่มแหล่งรายได้ให้กับบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 โดยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 51% 

 

*นำเมาส์ไปวางบนปุ่มเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

56/9-10 ซอยตากสิน 12/1 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 Phone : 02-473-7300 FAX : 02-473-7374