สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

                ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2561 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดีที่สุด (Peak) โดยเศรษฐกิจมีการขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.1 ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจาการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ขยายตัวดีทั้งการบริโภคและการลงทุนทั้งนี้ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงแต่ยังอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับระดับศักยภาพส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา และการตอบโต้ของประเทศคู่ค้าแม้การส่งออกบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่อุปสงค์ในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง

                The World Economic Forum (WFF) ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศของสถาบันนานาชาติ ทั้งในภาพรวมและรายปัจจัยตัวชี้วัดของการพัฒนาโดยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในปัจจัยตัวชี้วัดดังกล่าว โดยในปี 2561 ประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่ประเทศ 4.0 ได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับที่ 38 จาก 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว และคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน (Basic Requirements) อยู่ในอันดับที่ 43 ซึ่งดีขึ้นกว่าปีก่อนที่จัดอยู่อันดับที่ 49

                ขณะที่ภาพรวมแล้วเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2561 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยในปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 3.9 และปี 2561 ขยายตัวร้อยละ 4.1ซึ่งได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเพิ่มศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขีดความสามารถการแข่งขันเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นและเอื้อต่อการพัฒนาในทุก ๆ ด้านของประเทศการเตรียมความพร้อมดังกล่าวสอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560 -2564)ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

ผลการดำเนินงาน

                จากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปี 2561 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 3.16 ล้านบาท โดยที่งบการเงินเฉพาะบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6.40 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นจากปี 2560 ส่วนบริษัท NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. (“NCL Singapore”) มีผลประกอบการดีขึ้นมีรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากปี2561บริษัทขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น ประกอบกับได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเดิมทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น  และในระหว่างปี บริษัทฯ ขยายส่วนงานขนส่งแบบ LCL Shipment (Less than Container Load) ทำให้มีรายได้และกำไรในส่วนงานดังกล่าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2.93ล้านบาทบริษัท แอล จี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด เดิมชื่อ บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“LG (TH)”) มีขาดทุนสุทธิตามอัตราส่วนที่บริษัทฯ ลงทุน 0.81 ล้านบาทซึ่งดีขึ้นจากปีก่อนมากเนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ได้ดีขึ้น แต่กำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากสายเรือหลายแห่งมีการควบรวมกันมากในปีนี้ จึงทำให้มีการแข่งขันทางด้านราคาในตลาด ทั้งนี้บริษัทฯ มีการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดให้ทันเวลาเพื่อให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อไป บริษัทย่อย เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“SSK”) หลังจากที่บริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้วได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ SSK ทำให้ SSK มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                โดยในปี 2561 บริษัท Legacy Asia Capital Pte. Ltd. (“Legacy”) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนใน Legacy Asia Capital Pte.Ltd. ทั้งจำนวนในราคาทุน เนื่องจากกองทุน Buss Capital Fund Singapore ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจประสบภาวะล้มละลาย เป็นผลให้ Legacy Asia Capital Pte. Ltd. สิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัท Legacy มีผลขาดทุนสะสม ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการ และภาวะขาดทุนสะสมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้บริษัทฯได้รวมผลกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว จำนวน 0.13 ล้านบาท ในงบการเงินรวม

                บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (“GWM”)ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาล้างไตและเวชภัณฑ์ต่าง ๆมีรายได้จากการขายน้ำยาฟอกเลือดและครุภัณฑ์ เดิมบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 44.44 ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 บริษัทฯได้ซื้อหุ้นเพิ่มจากผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง  มีผลให้บริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 52.80 จึงทำให้บริษัท GWM เปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยในปี 2561 จึงทำให้รายได้ในงบการเงินรวมของบริษัท GWM สำหรับปี 2561 เท่ากับ 84.66 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.03 ของรายได้รวม และมีอัตรากำไรขั้นต้น ร้อยละ 20.44 และมีผลกำไรสุทธิรวมอยู่ในงบการเงินรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นเป็นจำนวน 0.71 ล้านบาท

การขยายธรุกิจ

                ในภาพของการขยายธุรกิจที่สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทฯ ในการที่จะเป็นผู้นำในด้านการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าและสำนักงานต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ โดยวิธีการขยายสำนักงานสาขาของตัวเองในประเทศเป้าหมายและทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพในต่างประเทศเพื่อให้สามารถกระจายสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก โดยในปี 2561 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติเพิ่มทุนในNCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำนวน 1.26 ล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ เพื่อขยายกิจการในต่างประเทศ โดยในปี 2561 ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ได้แก่NCL International Logistics USA INC.จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา, Qingdao National Container Line Company Limitedและ Ningbo NCL Inter Logistics Company Limited จดทะเบียนในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder),และ LG Container Line Pte. Ltd. จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นสำนักงานตัวการ (Principal) และแต่งตั้งให้บริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นตัวแทน (Agent) เพื่อบริการบริหารและจัดการขนส่ง สินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder)

                PT.NCL Inter Logistik Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศอินโดนีเซีย และ NCL Inter Logistics Vietnam Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศเวียดนาม โดยผ่านการทำสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ (Convertible Loan Agreement) และจัดทำ Business Cooperation Agreement เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าควบคุมการดำเนินธุรกิจและบริหารงานทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมของบริษัทดังกล่าว บริษัทฯ ได้เข้าควบคุมและสั่งการกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ รวมถึงนโยบายทางการเงินของบริษัทเนื่องจากการขยายการลงทุนในตางประเทศ มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยในช่วงเริ่มก่อตั้งและขยายงานมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯ คาดหวังว่าภายหลังจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยเต็มกำลังตามเป้าหมายแล้ว จะส่งผลให้กลุ่มบริษัท มีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้นตามลำดับ

                ในปี 2562 ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องและมีแรงส่งเศรษฐกิจที่สมดุลขึ้น โดยการส่งออกสินค้าและบริการยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่ง จากการเจรจาทางการค้าระหว่งประเทศสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่พยายามบรรลุข้อตกลงทางการค้าอยู่นั้น ก็มิได้ทำให้ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นแต่อย่างไรและบริษัทฯ ได้ให้น้ำหนักในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศมากกว่าในประเทศ เนื่องจากความต้องการการขนส่งในระบบโลจิสติกส์ยังมีอยู่จากการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯพร้อมทั้งการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ไปยังประเทศต่างๆ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างๆ อีกด้วย เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และธุรกิจภาคขนส่งที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากตามการลงทุนที่มีมากขึ้นในทุก ๆ ปี เช่นกัน

การจัดการเพื่อความยั่งยืน

                บริษัท เอ็น ซี แอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และ พนักงานที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กร ร่วมกัน ได้มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจ ดำเนินการตามกลยุทธ์ของบริษัท และรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พัฒนาองค์กรด้านทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้มีกระบวนการบริการและการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมพนักงานให้มีการคิดค้นนวัตกรรมและมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายและทิศทางขององค์กร เพื่อรองรับการการขยายและการเติบโตของระบบเศรษฐกิจและบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียและประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมกันต่อต้านธุรกิจคอรัปชั่น  มาโดยตลอด โดยมีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นประจำทุกปี 

                ทั้งนี้ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และ บริษัทในเครือ ขอขอบคุณในความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากท่านผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบันทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้การสนับสนุนบริษัทฯ อย่างดีเสมอมา ขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด ส่งผลให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ บริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม ขอให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และบริหารงานให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้วยบุคคลากรที่มีความรู้ความชำนาญ และให้บริการลูกค้าด้วยความจริงใจ เพื่อบริษัทฯ จะพัฒนาเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


กิตติ พัวถาวรสกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

56/9-10 ซอยตากสิน 12/1 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 Phone : 02-473-7300 FAX : 02-473-7374