NCL Thailand คือบริษัทอะไร
NCL Thailand เป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ การบริหาร บริษัทในเครือ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและซัพพลายเชน
คำตอบสั้นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจภาพรวมบริษัทก่อนอ่านรายละเอียดในหน้าเกี่ยวกับ NCL
NCL Thailand เป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ การบริหาร บริษัทในเครือ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและซัพพลายเชน
หน้านี้รวบรวมภาพรวมบริษัท ประวัติความเป็นมา สารจากคณะกรรมการ ธุรกิจหลัก และข้อมูลบริษัทในเครือของ NCL Thailand
ข้อมูลบริษัทช่วยให้ลูกค้าและนักลงทุนเข้าใจความเชี่ยวชาญ โครงสร้างธุรกิจ และทิศทางการดำเนินงานของ NCL Thailand
บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) บริษัทย่อย และบริษัทร่วม (“กลุ่มบริษัท”) ประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ (Logistics Service Provider) ซึ่งได้แก่ การวางแผน การจัดการ รวมถึงการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าของลูกค้าจากต้นทางจะไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุดและด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด โดยโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทแบ่งตามลักษณะการให้บริการสามารถสรุปตามที่ปรากฏในงบการเงินของกลุ่มบริษัทได้ดังนี้
บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “NCL”) เป็นผู้ให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ ครบวงจร (Logistics Solution Provider) ก่อตั้งขึ้นโดย คุณกิตติ พัวถาวรสกุล เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งระหว่างประเทศ โดยประกอบด้วยบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) (“บริษัทฯ”) (เดิมชื่อ “บริษัท รีจินอล เฟิสท์ จูบิลี่ จำกัด”), บริษัท วี พี อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์(ประเทศไทย) จำกัด (“VP”) และบริษัท ยูนิทรานส์ โกลบอล จำกัด (“UNI”) ปัจจุบันได้หยุดประกอบธุรกิจแล้ว โดยเริ่มจากการเป็น ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL) ในเส้นทางประเทศไทย-ทวีปสหรัฐอเมริกา และขยายสู่เส้นทางในทวีปเอเชียและยุโรปในปี 2539 และปี 2543 ตามลำดับ นับตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจ บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถให้บริการจัดการขนส่งระหว่างประเทศได้ทั้งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL) และแบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ (FCL) รวมทั้งให้บริการด้านพิธีการศุลกากรและเป็นตัวแทนในการออกสินค้าให้แก่ลูกค้า นอกจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจรับจัดการขนส่งระหว่างประเทศแล้ว ในช่วงปี 2554 บริษัทฯ ยังได้มีการลงทุนในธุรกิจขนส่งในประเทศด้วย รถบรรทุกหัวลากและหางลากเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการแก่ลูกค้าโดยเริ่มต้นที่เส้นทางในภาคใต้ และขยายไปในเส้นทางภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร
บริษัทฯ ซื้อเงินลงทุนในบริษัท เมตะ เฟรทแอนด์โลจิสติกส์ จำกัด โดยประกอบธุรกิจบริการ freight forwarder เช่นเดียวกับ บริษัทฯ เพื่อเป็นการขยายธุรกิจและเพิ่มฐานลูกค้ามูลค่าซื้อกิจการ รวม 64 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
เข้าลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท บีโอบี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งรวมถึงทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีในอนาคต ณ วันโอนกิจการ ทั้งนี้บริษัท บีโอบี โฮลดิ้ง จำกัด ไม่มีหนี้สินใด ๆ และมีทรัพย์สินอย่างเดียว คือ หุ้นของบริษัท ชีส ดิจิตอล เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing Services จำนวน 125,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ณ วันที่มีการโอนกิจการ
NCL Inter Logistics (S) Pte., Ltd. (บริษัทย่อยในประเทศสิงคโปร์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดตั้ง NCL International Logistics Private Limited ในประเทศอินเดีย โดย NCL Inter Logistics (S) Pte. Ltd. มีสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนจำนวน บริษัทฯ ได้ตกลงทำสัญญากับ EL AL ISRAEL AIRLINE LTD. (ประเทศอิสราเอล) เพื่อเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยสัญญาจะมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป
บริษัทฯ มีมติอนุมัติออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัทรุ่นที่ 3 (“NCL-W3”) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 65,000,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าในอัตราส่วนเท่ากับ 7 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ
ได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัทร่วม บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด จำนวน 17,780 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 17.78 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ได้เข้าร่วมเพิ่มทุนด้วย โดยเพิ่มขึ้นจาก 18,000 หุ้น มูลค่า 18 ล้านบาท เป็น 40,000 หุ้นมูลค่า 40 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 44.44 ได้ร่วมลงทุนกับ Zim Integrated Shipping Service Limited (“บริษัทร่วม” หรือ “ZIM”) ซึ่งเป็นสายเดินเรือประเทศอิสราเอล เพื่อจัดตั้ง บริษัท ซิม(ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าทางทะเลโดยตู้คอนเทนเนอร์ให้ ZIM
ได้ร่วมลงทุนในบริษัท เอส เอส เค อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด (“บริษัทร่วม” หรือ “SSK”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง บริษัท เลเจนด์ ชิปปิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ได้ร่วมลงทุนกับ LEGEND SHIPPING PTE. LTD. (ประเทศสิงคโปร์) เพื่อจัดตั้ง LEGACY ASIA CAPPITAL PTE. LTD. (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 200,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (“บริษัทร่วมอื่น ๆ” หรือ “GWM”) โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญ เป็นเงิน 8 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สัดส่วนการถือหุ้น 44.44% ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตน้ำยาล้างไตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 1 (NCL-W1) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่คิดมูลค่า เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ NCL-W1
บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 โดยมีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 105 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 420 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ก่อตั้ง NCL INTER LOGISTICS (S) PTE. LTD ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในประเทศ สิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ โดยมีทุนจดทะเบียน 500,000 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
ดำเนินการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชนและเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด” เป็น “บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)” เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับปี 2566 หลายคนเชื่อว่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเรากำลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และการกลับมาเปิดประเทศได้แบบเต็มปี จำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามาจะเป็นเหมือนสปริงบอร์ดให้เศรษฐกิจ เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่อัตราการเติบโตกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิด เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการดึงดอกเบี้ยให้สูงไว้เพื่อมีพื้นที่นโยบายรองรับเวลาที่เศรษฐกิจเกิดปัญหา บริษัทฯได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผลประกอบการอาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ทางคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารได้มีการปรับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยบริษัทฯมีแผนขยายธุรกิจทั้งด้านโลจิสติกส์และด้านที่ไม่ใช่โลจิสติกส์ การขยายธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทฯมีแผนเพิ่มบุคลากรดูแลลูกค้าและขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าซื้อกิจการโลจิสติกส์ขนาดเล็กและกลาง สำหรับการขยาย ธุรกิจที่ไม่ใช่โลจิสติกส์ บริษัทฯ จะพิจารณาและศึกษาโครงการ ซึ่งอาจเป็นโครงการของรัฐบาล หรือ การเข้าร่วมทุนกับบริษัทอื่น โดยเลือกโครงการ ที่ไม่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ บริษัทฯได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้การบริหารมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน และมีความเหมาะสม เพื่อรองรับการขยายการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีบริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทที่ บริษัทย่อยไปถือหุ้น (“กลุ่มบริษัท”) ประกอบธุรกิจให้บริการด้านจัดการขนส่งแก่ลูกค้าทั้งทางบก, ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดส่งสินค้าแบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ (FCL) และ ไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์(LCL), การขนส่งสินค้าแบบจากประตูสู่ประตู (Door to Door), การดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร (Custom’s Broker), การให้บริการจัดหาตู้ขนส่งสินค้า (SOC), ให้บริการเช่าตู้คอนเทนเนอร์ และการขนส่งสินค้าในประเทศด้วย รถบรรทุกหัวลาก, ตัวแทนขนส่งทางเรือ และทางอากาศ รวม ทั้งสิ้นจำนวน 8 บริษัท และ บริษัทย่อย บริษัทร่วมที่ทำธุรกิจอื่นๆ 3 บริษัท ประกอบกิจการให้บริการระบบสนับสนุนการให้บริการ ดิจิทัลคอนเทนต์ผ่านช่องทางโทรคมนาคม และ ประกอบธุรกิจ เพื่อจัดซื้อจัดหาและธุรกิจ Fulfillment รวมบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทย่อยไปถือหุ้น ทั้งสิ้น 11 บริษัท มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้